วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

หน่วยการเรียนรู้ที่15

 อาจารย์ให้นักศึกษาสรุปความรู้ทั้งหมดที่ผ่านมาว่า ในเทอมนี้นักศึกษาได้ความรู้เรื่องอะไรบ้าง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตอย่างไรบ้าง

1ตั้งแต่เรียนมาได้เรียนรู้อะไรบ้าง ตั้งแต่เรียนมาตลอดทั้งเทอมได้เรียนรู้เรื่องพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในแต่ละช่วงวัย ว่ามีการพัฒนาด้านใดบ้าง และได้เรียนรู้กระบวนการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย ในแต่ละช่วงวัย

2มีทักษะอะไรบ้างที่เป็นประโยชน์ ทักษะที่ได้รับคือการสังเกต ให้นักศึกษารู้จักการสังเกตเพื่อนที่วันข้างหน้า นักศึกษาจะไปเป็นครูจะต้องรู้จักการสังเกตเด็กว่า มีพัฒนาการอะไร หรือมีอะไรที่ผิดปกติเหรือไม่

3ชอบหรือไม่ชอบอะไร ชอบตรงที่นักศึกษาสามารถทำงานกันเป็นกลุ่มร่วมกับเพื่อน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดต่างๆ ได้มีความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่มขึ้นจากการแลกเปลี่ยนกับเพื่อน

ปิดท้ายโดยการนักษึกษาแต่ละคนออกไปร้องเพลง ออกไปเต้นแสดงบทบาทสมมติให้ดูว่าเมื่อเราเจอสถานการณ์นี้จะต้องทำอย่างไร

หน่วยการเรียนรู้ที่14

 อาจารย์ได้มอบหมายให้นักศึกษาได้เรียนรู้การร้องเพลง ให้กับเด็กปฐมวัย การที่จะเป็นครูปฐมวัยจะต้องมีความสามารถทั้งด้านการร้อง การเต้น เพื่อให้เด็กสนใจในสิ่งที่เราอยากให้เขาสนใจ รวมไปถึงการร้องเพลงในแต่ละเพลงจะต้องให้เด็กสนุกกับการร้อง เด็กได้เอนจอยไปพร้อมๆกัน

หน่วยการเรียนรู้ที่13


อาจารย์ให้จับกลุ่มทำงานในหัวข้อ ลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ว่าควรที่จะมีลักษะอย่างไรบ้าง แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆก่อน คือ ลักษณะด้านความรู้ ก็คือ 3R และ ลักษณะด้านอารมณ์ ก็คือ 8C (ตอนที่ทำในกระดาษเขียนขาดไป 1 C)

จากการทำสรุปข้อมูลลงในแผ่นกระดาษและผ่านการติชมจากอาจารย์มาแล้ว ลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ก็คือ 3R8C 

3R (Hard Skills) ได้แก่ 

    1.Reading : อ่านออก

    2.(W)Riting : เขียนได้

    3.(A)Rithmetic : คิดเลขเป็น

8C (Soft skills) ได้แก่ 

    1.Critical thinking and problem solving : ทักษะการคิดวิเคราะห์ อย่างมีวิจารณญาณและสามารถแก้ปัญหาได้

    2.Creativity and innovation : ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์และการคิดเชิงนวัตกรรม

    3.Cross-cultural understanding : ความเข้าใจในความแตกต่างและกระบวนการคิดของแต่ละวัฒนธรรม

    4.Collaboration teamwork and leadership : ความสามารถในการร่วมมือกันทำงานเป็นทีม และมีภาวะความเป็นผู้นำ

    5.Communication information and media literacy : ทักษะในการสื่อสารข้อมูล และการรู้เท่าทันสื่อ

    6.Computing and IT literacy : ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และความเข้าใจในเทคโนโลยี

    7.Career and learning skills : ทักษะด้านอาชีพและความสามารถในการเรียนรู้

    8.Compassion : ความมีเมตตากรุณา มีคุณธรรม รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมไปถึงการมีระเบียบวินัย

หน่วยการเรียนรู้ที่12

 สรุปรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู

แนวคิดของ Diana Baumrind Diana Baumrind’s Parenting Styles

การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม และ 2) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วนสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้นเร็วหรือช้า โดยเฉพาะรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู ถือได้ว่าเป็นปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการมนุษย์ 

Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ  1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา(Controlling / Demand) และ 2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive) เขาได้ผสมผสาน 2 มิติดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่(Authoritative Parenting Style) 

2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม(Authoritarian Parenting Style) 

3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style)

ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้ ศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind และได้จำแนกรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบที่ 4 เพิ่ม คือ

4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved Parenting Style)

หน่วยการเรียนรู้ที่15

 อาจารย์ให้นักศึกษาสรุปความรู้ทั้งหมดที่ผ่านมาว่า ในเทอมนี้นักศึกษาได้ความรู้เรื่องอะไรบ้าง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตอย่างไรบ้าง 1ตั้ง...